วารสารเกษตรและอาหาร มรวอ. https://li04.tci-thaijo.org/index.php/VRU_AFJ <p><strong>วารสารเกษตรและอาหาร มรวอ.</strong><br /><br /><strong>E-ISSN:</strong> 2821-9244<br /><strong>กำหนดการเผยแพร่:</strong> ปี<span lang="TH">ละ 2 ฉบับ (มกราคม-มิถุนายน, กรกฎาคม-ธันวาคม)<br /></span><strong>วัตถุประสงค์และขอบเขตการตีพิมพ์:</strong> วารสารนี้มีนโยบายในการตีพิมพ์บทความคุณภาพสูง<span lang="TH">ด้านการเกษตรและอาหาร ในสาขา เกษตรทั่วไป พืชศาสตร์ พืชไร่ พืชสวน ปฐพีวิทยา สัตวศาสตร์ วิทยาศาสตร์การอาหาร ภูมิทัศน์ ป่าไม้ วาริชศาสตร์ และกีฏวิทยา</span></p> คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ th-TH วารสารเกษตรและอาหาร มรวอ. 2821-9244 บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร หญ้าเศรษฐกิจ: การผลิตหญ้าแพงโกลาแห้ง https://li04.tci-thaijo.org/index.php/VRU_AFJ/article/view/11333 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากการดำเนินงานของกรมปศุสัตว์ในการพัฒนาการผลิตหญ้าแพงโกลาแห้งคุณภาพดี เพื่อใช้เป็นเสบียงสัตว์สำหรับให้กับเกษตรกรนำไปผลิตและจำหน่าย หญ้าแพงโกลา (<em>Digitaria eriantha</em>; synonym <em>D. decumbens</em>) จัดเป็นหนึ่งในหญ้าเขตร้อนที่มีคุณภาพสูง ถูกนำมาใช้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องในรูปของหญ้าสด หญ้าแห้ง และหญ้าหมักอย่างแพร่หลาย ปัจจุบัน มีเกษตรกรทั่วประเทศที่ให้ความสนใจในการผลิตหญ้าแพงโกลาทั้งต้นเพื่อตัดจำหน่ายเป็นหญ้าสด และเป็นหญ้าแห้ง บทความนี้นำเสนอกระบวนการผลิตหญ้าแพงโกลาแห้งอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ การปลูกโดยวิธีการปักดำ การใส่ปุ๋ย การเก็บเกี่ยว การทำให้แห้งโดยวิธีผึ่งแดด การอัดฟ่อน และการเก็บรักษา รวมถึงการนำเสนอคุณค่าทางโภชนะ มาตรฐานหญ้าแห้ง และการวิเคราะห์ต้นทุน-ผลตอบแทนจากการผลิตหญ้าแพงโกลาแห้ง ทั้งนี้สามารถสรุปได้ว่า หญ้าแพงโกลาเป็นหญ้าเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี</p> ศุภวันจักรี ดอนไสว ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะเทคโนโลยีการเกษตร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2026-05-22 2026-05-22 5 1 1 8 การพัฒนาทานตะวันพันธุ์ผสมรวมสายพันธุ์ NSSF(S)C3 เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณค่าทางโภชนการ https://li04.tci-thaijo.org/index.php/VRU_AFJ/article/view/11653 <p>ทานตะวันเป็นพืชน้ำมันและพืชอาหารที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสมนำเข้าที่มีราคาสูง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประชากรทานตะวันพันธุ์ผสมรวมที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณค่าทางโภชนาการดี โดยดำเนินการศึกษาระหว่างปี พ.ศ. 2561–2565 เริ่มจากการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเชื้อพันธุกรรมทานตะวันจากธนาคารเชื้อพันธุกรรม USDA จำนวน 91 สายพันธุ์ และคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีการปรับตัวดีในสภาพแวดล้อมประเทศไทยจำนวน 51 สายพันธุ์ เพื่อนำมาสร้างประชากรพื้นฐาน จากนั้นดำเนินการคัดเลือกแบบหมู่ร่วมกับการผสมรวมหลายรอบ โดยคัดเลือกต้นที่ไม่แตกกิ่ง ต้นแข็งแรง คอดอกแข็ง ปลอดโรคและแมลง จานดอกขนาดใหญ่ และเมล็ดขนาดใหญ่ จนได้ประชากรทานตะวันพันธุ์ผสมรวมรอบคัดเลือกที่ 3 คือ NSSF(S)C3 มีปริมาณน้ำมันเฉลี่ย 26.64 เปอร์เซ็นต์ การประเมินผลผลิตดำเนินการในฤดูแล้ง ปี 2565 โดยเปรียบเทียบทานตะวันจำนวน 15 พันธุ์/สายพันธุ์ วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design จำนวน 3 ซ้ำ ผลการทดลองพบว่า ทานตะวันมีผลผลิตเฉลี่ย 229 กิโลกรัมต่อไร่ โดยสายพันธุ์ MSC318 NSSF(S)C3 3100540 813140 และ Ames 3003 ให้ผลผลิตสูงสุดอยู่ระหว่าง 256–418 กิโลกรัมต่อไร่ และมีเส้นผ่านศูนย์กลางจานดอก เปอร์เซ็นต์ติดเมล็ด และน้ำหนัก 1,000 เมล็ดสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการทดลอง ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการพบว่า ประชากร NSSF(S)C3 ให้ผลผลิตสูงและมีปริมาณไขมันในเมล็ดสูง สรุปได้ว่า ประชากรทานตะวันพันธุ์ผสมรวม NSSF(S)C3 มีศักยภาพด้านผลผลิต องค์ประกอบผลผลิต และคุณค่าทางโภชนาการ สามารถใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมในการปรับปรุงพันธุ์ทานตะวันเพื่อผลผลิตสูง และควรนำไปทดสอบในหลายพื้นที่และหลายฤดูปลูกเพื่อประเมินเสถียรภาพของผลผลิตและการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมต่อไป</p> พยุดา จันทร์เกื้อ กาญจนาพร เมฆมัน ทัศนีย์ บุตรทอง อรวรรณ จิตต์ธรรม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะเทคโนโลยีการเกษตร https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/ 2026-06-11 2026-06-11 5 1 9 21