ศวท : ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAS: Liberal Arts, Science and Technology) https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science <p><strong>วารสาร ศวท</strong><strong>: ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</strong></p> <p><strong>LAS: Liberal Arts, Science and Technology Journal</strong></p> <p><strong>เป้าหมายและขอบเขตการรับตีพิมพ์</strong></p> <p>รับตีพิมพ์ผลงานทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษประกอบด้วย บทความวิจัย (Research Article) บทความปริทัศน์ (Review Article) และรายงานฉบับย่อ (Short communication) เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ผลงานวิชาการของคณาจารย์ นักวิชาการ บุคลากร ทั้งภายในและภายนอกคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้เรื่องที่ส่งมาตีพิมพ์ในวารสารต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างพิจารณาตีพิมพ์ ในวารสารหรือหนังสืออื่น การเขียนบทความต้นฉบับ (Manuscript) ต้องตรงตามรูปแบบที่วารสารกำหนดโดยมีหัวข้อรับตีพิมพ์ที่กว้างและหลากหลายสาขาประกอบด้วย</p> <p>The Journal attracts papers from a broad spectrum of the scientific community. The LAS publishing original research from across all areas of the Social Sciences as well as Science and Technology.</p> <p><strong>ด้านสังคมศาสตร์ (Social Sciences)</strong></p> <p>1. บริหารธุรกิจ การจัดการ และการบัญชี (Business, Management and Accounting) ได้แก่<br /> 1.1 บริหารธุรกิจทั่วไป การจัดการ และการบัญชี (General Business, Management and Accounting)<br /> 1.2 การบัญชี (Accounting)<br /> 1.3 บริหารธุรกิจ และการจัดการระหว่างประเทศ (Business and International Management) <br /> 1.4 การตลาด (Marketing)<br /> 1.5 พฤติกรรมองค์กรและการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Organizational Behavior and Human Resource Management) <br /> 1.6 กลยุทธ์และการจัดการ (Strategy and Management) <br /> 1.7 อุตสาหกรรมสัมพันธ์ (Industrial Relations) <br /> 1.8 การจัดการโลจิสติกส์ (Logistics Management) <br /> 1.9 การจัดการการผลิตและบริหารอุตสาหกรรม (Operation Management and Industrial Management)<br />2. เศรษฐศาสตร์ เศรษฐมิติ และการเงิน (Economics, Econometrics and Finance) ได้แก่<br /> 2.1 เศรษฐศาสตร์ทั่วไป เศรษฐมิติ และการเงิน (General Economics, Econometrics and Finance)<br /> 2.2 เศรษฐศาสตร์และเศรษฐมิติ (Economics and Econometrics) <br /> 2.3 การเงิน (Finance) <br />3. สังคมศาสตร์ (Social Sciences) ได้แก่ <br /> 3.1 กฎหมาย (Law)<br /> 3.2 สังคมวิทยา (Sociology)<br /> 3.3 รัฐศาสตร์ (Political Science) <br /> 3.4 ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) <br /> 3.5 รัฐประศาสนศาสตร์ หรือบริหารรัฐกิจ หรือการบริหารงานภาครัฐ (Public Administration)</p> <p><strong>ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ (Science and Technology)</strong></p> <p>1. วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biological Science) ได้แก่ เกษตรศาสตร์ (Agricultural Science) สิ่งแวดล้อม (Environmental Science) ชีววิทยา (Biology) พันธุศาสตร์ (Genetic) จุลชีววิทยา (Microbiology) ชีวเคมี (Biochemistry) เทคโนโลยีการอาหาร (Food Science and Technology) พืชศาสตร์ (Plant Science) สัตวศาสตร์ (Animal Science) และเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว (Post-Harvest)</p> <p>2. วิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Science) ได้แก่ เคมี (Chemistry) ฟิสิกส์ (Physic) คณิตศาสตร์ (Mathematics) วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science) และวัสดุศาสตร์ (Materials Science)</p> <p>3. วิทยาศาสตร์สุขภาพ (Health Sciences) ได้แก่ การสร้างเสริมสุขภาพ (Health Promotion) อนามัยสิ่งแวดล้อม (Environmental Health) อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และวิทยาศาสตร์สุขภาพสาขาอื่นๆ</p> <p><strong>กำหนดตีพิมพ์</strong></p> <p>-ปีละ 3 ฉบับ (ฉบับละ 6 เรื่องหรือมากกว่า)</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม-เมษายน</p> <p>ฉบับที่ 2 พฤษภาคม-สิงหาคม</p> <p>ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม</p> <p><strong>การประเมินบทความต้นฉบับ </strong></p> <p>ต้นฉบับจะต้องผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer review) ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกสังกัดของเจ้าของบทความ และจากหลากหลายสถาบัน จำนวน 3 ท่านต่อบทความ โดยผู้ทรงคุณวุฒิไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์และผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ (Double-blind peer review) กองบรรณาธิการจะเป็นผู้สรรหาเพื่อรับการประเมิน กรณีมีการแก้ไขกองบรรณาธิการจะส่งผลการอ่านประเมินคืนผู้เขียนให้แก้ไขหรือเพิ่มเติม หรือแล้วแต่กรณี</p> <p><strong>นโยบายด้านค่าธรรมเนียม </strong></p> <p>ไม่มีค่าใช้จ่ายในการส่งบทความเพื่อตีพิมพ์กับวารสาร</p> <p><strong>การส่งต้นฉบับ</strong></p> <p>จัดส่งต้นฉบับที่พิมพ์ตามข้อกำหนดของรูปแบบวารสารที่เว็บไซต์ https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/ (เมนู About ไปที่การส่งบทความ)</p> th-TH Jinnaput.c@ku.th (จิณณพัต ชื่นชมน้อย) Jinnaput.c@ku.th (จิณณพัต ชื่นชมน้อย) Wed, 19 Aug 2026 16:49:32 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 หลักการยศาสตร์เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/7874 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการประยุกต์ใช้หลักการยศาสตร์ในโรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชน และ 2) วิเคราะห์ผลกระทบของการยศาสตร์ต่อสุขภาพบุคลากรและการจัดสภาพแวดล้อมการทำงาน การวิจัยรวบรวมและวิเคราะห์เอกสารทุติยภูมิที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวม 16 บทความ (ค.ศ. 2014–2025) ภายใต้กรอบ P–T–E (Person–Task–Environment) Fit ประกอบกับการอ้างอิงเครื่องมือประเมินความเสี่ยงทางด้านการยศาสตร์ตามมาตรฐาน ได้แก่ Nordic Musculoskeletal Questionnaire (NMQ), Rapid Entire Body Assessment (REBA), Rapid Upper Limp Assessment (RULA) และ Rapid Office Strain Assessment (ROSA) และประเมินคุณภาพเอกสารด้วยเกณฑ์ Joanna Briggs Institute (JBI) และ Critical Appraisal Skills Programme (CASP) และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธี Content Analysis &nbsp;ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรในโรงพยาบาลทั้งสองประเภทเผชิญความเสี่ยงจากท่าทาง งานยกเคลื่อนย้าย และสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม โดยฝั่งบุคลากรในโรงพยาบาลรัฐมักเผชิญภาระทางกายภาพสูงและข้อจำกัดทรัพยากร และในส่วนฝั่งบุคลากรในโรงพยาบาลเอกชนพบความเสี่ยงจากโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (MSDs) และอาการออฟฟิศซินโดรม (office syndrome) จากการนั่งทำงานและการตั้งค่าสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่พอดี ข้อค้นพบยืนยันว่าการแก้ปัญหาต้องเป็นแบบบูรณาการ เชื่อม “คน–งาน–สภาพแวดล้อม” พร้อมมาตรการระดับองค์กร แผนก และบุคคล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและความปลอดภัยของผู้ป่วยอย่างยั่งยืน</p> ธนากร แสงเขตต์, นัทชา พรือโป๊ะ, ฐิติชนม์ แตงเหลือง, ธนนท์รัฐ นาคทั่ง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศวท : ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAS: Liberal Arts, Science and Technology) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/7874 Wed, 19 Aug 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาวัสดุชีวภาพเลียนแบบรากหญ้าทะเลเคลือบด้วยสารเร่งปฏิกิริยาทางแสงสำหรับการตรึงคาร์บอนในระบบนิเวศทางทะเล https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10381 <p>การเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศจากกิจกรรมของมนุษย์ส่งผลให้มหาสมุทรดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณมาก ซึ่งแม้จะช่วยชะลอภาวะโลกร้อน แต่กลับก่อให้เกิดภาวะกรดในทะเล ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่สร้างโครงสร้างแคลเซียมคาร์บอเนต เช่น หอย ปะการัง และสัตว์ทะเลเปลือกแข็ง รวมถึงระบบนิเวศหญ้าทะเลที่มีบทบาทสำคัญในการกักเก็บคาร์บอน งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวัสดุชีวภาพจาก ไมซีเลียมเลียนแบบโครงสร้างรากหญ้าทะเล และศึกษาประสิทธิภาพของสารเร่งปฏิกิริยาด้วยแสงในการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำให้เป็นแคลเซียมคาร์บอเนต เพื่อลดผลกระทบของภาวะกรดในทะเล วัสดุชีวภาพถูกพัฒนาจากการเพาะไมซีเลียมบนฟางข้าวร่วมกับเปลือกหอยบด เพื่อสร้างโครงสร้างพรุนคล้ายรากหญ้าทะเล จากนั้นนำวัสดุฐานไปประยุกต์ใช้ร่วมกับสารเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง ได้แก่ สาร CaO สารคอมโพสิต CaO/TiO<sub>2</sub> และ สารคอมโพสิต CaO/TiO<sub>2</sub>-ZnO โดยทำการทดสอบในน้ำปราศจากไอออนและน้ำทะเลจำลองที่มีการเติมแหล่งคาร์บอนไดออกไซด์และกระตุ้นปฏิกิริยาด้วยแสงอัลตราไวโอเลต ประสิทธิภาพในการเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ถูกประเมินจากการวิเคราะห์หมู่ฟังก์ชันด้วยเทคนิคฟูเรียร์ทรานสฟอร์มอินฟราเรดสเปกโทรสโกปี (FT-IR) ผลการทดลองพบว่าไมซีเลียมสามารถเจริญเติบโตและยึดเกาะฟางข้าวและเปลือกหอยได้ดี โดยฟางข้าวที่มีขนาดเล็กและอัตราส่วนฟางข้าวต่อเปลือกหอยที่เหมาะสมช่วยให้เกิดโครงสร้างวัสดุที่แข็งแรงและสม่ำเสมอ ในส่วนของการเร่งปฏิกิริยาด้วยแสง พบว่าสารแคลเซียมออกไซด์สามารถเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารประกอบคาร์บอเนตได้ และเมื่อใช้ร่วมกับไทเทเนียมไดออกไซด์และซิงค์ออกไซด์ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยเฉพาะในระบบน้ำทะเลจำลอง ซึ่งปรากฏสัญญาณของหมู่คาร์บอเนตอย่างชัดเจนจากผลการวิเคราะห์ FT-IR</p> กัญญาภัค เหมือนมี, รุจิรานันท์ ลีสุขสาม, พรพรรณ โฉมวงษ์, สายธาร สาลีผล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศวท : ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAS: Liberal Arts, Science and Technology) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10381 Wed, 19 Aug 2026 00:00:00 +0700 การฝึกอบรมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงาน บริษัทบางกอกเมทัลเครท จำกัด https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10062 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการฝึกอบรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของการฝึกอบรมที่มีต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรธุรกิจเอกชน เป็นการวิจัยเป็นเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากพนักงานบริษัทบางกอกเมทัลเครท จำกัด จำนวน 164 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า การฝึกอบรมและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยรวมอยู่ในระดับมาก และมีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเฉพาะด้านการวิเคราะห์ความจำเป็นและการประเมินผลการฝึกอบรมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงาน ข้อเสนอแนะ องค์กรควรวางแผนฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับลักษณะงาน และมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน</p> บุญนำ มะโนชาติ, พิสมัย เหล่าไทย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศวท : ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAS: Liberal Arts, Science and Technology) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10062 Wed, 19 Aug 2026 00:00:00 +0700 พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการท่องเที่ยว ของคนเจเนอเรชั่นแซด กรณีศึกษา นิสิต หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่อง เที่ยวโรงแรมและอีเวนต์ https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10453 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการท่องเที่ยว และและเปรียบเทียบความแตกต่างของปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมดังกล่าวของคนเจเนอเรชั่นแซด กรณีศึกษา นิสิตหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยว โรงแรมและอีเวนต์ คณะอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จำนวน 310 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Independent Samples t-test และ One-Way ANOVA ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการท่องเที่ยวในช่วงเวลา 18.01–24.00 น. เข้าใช้งานวันละ 5 ครั้งขึ้นไป ใช้เวลามากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน และนิยมใช้ TikTok มากที่สุด พฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการท่องเที่ยวโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านการรับรู้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านการเปิดรับข้อมูล การเปิดรับประสบการณ์ และการแสวงหาข้อมูล ตามลำดับ ส่วนผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เพศและชั้นปีส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อการท่องเที่ยวแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในทุกด้าน ขณะที่อายุและรายได้เฉลี่ยต่อเดือนส่งผลแตกต่างกันเฉพาะด้านการรับรู้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> ณัฐพล สัตบุศย์, ปุญญิสา เหล็งหวาน, ชนม์กานต์ ศรีวีระวานิชกุล, บริสุทธิ์ แสนคำ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศวท : ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAS: Liberal Arts, Science and Technology) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10453 Wed, 19 Aug 2026 00:00:00 +0700 ธรรมาภิบาลกับการเสริมสร้างความเข้าใจในอำนาจกำกับดูแล: กรณีศึกษารองคณบดีฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10818 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ขอบเขตอำนาจการกำกับดูแลของ รองคณบดีในสถาบันอุดมศึกษา โดยยกกรณีศึกษาของตำแหน่งรองคณบดีฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยบทความนี้มีความมุ่งหมายในการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องในหลักการกระจายอำนาจ และ ธรรมาภิบาลในองค์กร เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์ด้วยหลักกฎหมายปกครอง ซึ่งผลการศึกษาพบว่า อำนาจกำกับดูแลของรองคณบดีที่ได้รับมอบหมายตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และคำสั่งคณะฯ ที่ 90/2568 บ่งบอกความชอบด้วยกฎหมายของการปฏิบัติราชการ และผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงประเด็นความท้าทายที่สำคัญในการบริหารจัดการคณะฯ 2 ประการ คือ 1) บุคลากรบางส่วนขาดความเข้าใจในลำดับชั้นการบังคับบัญชาซึ่งนำไปสู่การเสนองานข้ามขั้นตอน ส่งผลกระทบต่อระบบความรับผิดชอบที่จะสามารถตรวจสอบได้ และ 2) พฤติกรรมการสื่อสารในพื้นที่สาธารณะที่เกิดความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของรองคณบดี ซึ่งเป็นปัจจัยนำไปสู่การละเมิดมาตรฐานจริยธรรมและเกิดปัญหาทางกฎหมาย ผู้วิจัยเสนอแนะองค์กรให้เร่งสร้างวัฒนธรรมธรรมาภิบาลผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และการเคารพในสายการบังคับบัญชา เพื่อยกระดับความโปร่งใสและรักษาเสถียรภาพในการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน</p> เครือมาศ สมัครการ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศวท : ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAS: Liberal Arts, Science and Technology) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10818 Wed, 19 Aug 2026 00:00:00 +0700 Decolorization of Methylene Blue and Malachite Green Using Hydrilla (Hydrilla verticillata) https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10743 <p>This study evaluated the decolorization performance of <em>Hydrilla verticillata</em> in water contaminated with methylene blue (MB) and malachite green (MG) at an initial dye concentration of 100 mg/L under continuous fluorescent illumination (24 h). MB exhibited a gradual decrease in absorbance, achieving 87% decolorization after 24 h and 93% after 96 h. MG was decolorized more rapidly, reaching 43% after 1 h and complete (100%) decolorization after 72 h. After 96 h, total Kjeldahl nitrogen (TKN) increased significantly (p &lt; 0.05), whereas dissolved oxygen (DO) decreased significantly (p &lt; 0.05) in both treatments, while pH remained stable (6–7). FT-IR spectra of MB and MG before and after treatment showed similar characteristic absorption bands, with no detectable changes in the major peaks, indicating that no detectable structural changes occurred in the dye molecules during the experimental period.</p> เจษฎา ปางศรี, ธนวรรณ พาณิชพัฒน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ศวท : ศิลปศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (LAS: Liberal Arts, Science and Technology) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://li04.tci-thaijo.org/index.php/art-science/article/view/10743 Wed, 19 Aug 2026 00:00:00 +0700