การใช้เทคโนโลยีแบบผสมผสานในการจัดการโรคเหี่ยวของข่าตาแดง (Alpinia galanga) ที่เกิดจาก Ralstonia solanacearum ในจังหวัดพิจิตร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การจัดการโรคเหี่ยวของข่าตาแดงที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum แบบผสมผสานในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ดำเนินการทดลองที่แปลงเกษตรกร ตำบลทุ่งน้อย อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ระหว่างปี 2565 ถึง ปี 2567 เพื่อแก้ปัญหาโรคเหี่ยวและลดความเสียหายของผลผลิตข่าตาแดง โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตขิงแบบผสมผสานของกรมวิชาการเกษตรมาทดสอบในพื้นที่เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและสามารถปลูกซ้ำที่เดิมได้ อันก่อให้เกิดความยั่งยืนในการผลิตข่าตาแดงของเกษตรกร โดยดำเนินการจัดการแปลงปลูกอบดินด้วยยูเรีย : ปูนขาว อัตรา 80 : 800 กิโลกรัมต่อไร่ ทิ้งไว้ 3-4 สัปดาห์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคในดิน ใช้สารละลายชีวภัณฑ์ BS - DOA 24 แบบหัวเชื้ออัตรา 50 กรัม ผสมใน 2% กากน้ำตาลปริมาตร 1 ลิตร เขย่าให้เข้ากัน บ่มเชื้อทิ้งไว้ 24 ชม.(เขย่า 2-3 ครั้ง) จากนั้นนำมาผสมน้ำ 100 ลิตร แช่หัวพันธุ์ในสารละลายนาน 30 นาที ก่อนนำไปปลูก หลังปลูกข่าตาแดงรดด้วยสารละลายชีวภัณฑ์ BS – DOA 24 เดือนละครั้ง ถ้าพบต้นข่าตาแดงแสดงอาการเหี่ยวทำการขุดต้นที่เป็นโรคออกจากแปลง และราดสารละลายชีวภัณฑ์ BS – DOA 24 รอบๆหลุมที่ขุด หรือโรยด้วยยูเรีย : ปูนขาว อัตรา 1 : 10 ต้นละ 500 กรัม กลบหลุม เปรียบเทียบกับวิธีปฏิบัติของเกษตรกร (control) พบว่า ปี 2565-2566 การควบคุมโรคเหี่ยวของข่าตาแดงในแปลงที่ใช้วิธีทดสอบให้ผลผลิตสูงกว่าวิธีเกษตรกร ให้ผลผลิต 3,607 กิโลกรัมต่อไร่ แตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญกับวิธีเกษตรกรที่ให้ผลผลิต 2,710 กิโลกรัมต่อไร่ และพบการเกิดโรคเหี่ยวในแปลงทดสอบ 1.64 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่แปลงที่ใช้วิธีการปฏิบัติของเกษตรกรพบเปอร์เซ็นต์การเป็นโรคเหี่ยว 17.7 เปอร์เซ็นต์ ปี 2567 จัดทำแปลงต้นแบบ จำนวน 5 ราย จัดเสวนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีองค์ความรู้ให้เกษตรกรที่มาร่วมงานศึกษาเรียนรู้ผ่านแปลงต้นแบบ จำนวน 30 ราย เกษตรกรมีความพึงพอใจเทคโนโลยีการจัดการดินและการใช้ BS - DOA 24 อย่างมากในการแก้ปัญหาโรคเหี่ยว จะทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ปลูกซ้ำได้ในพื้นที่เดิม ส่งผลให้เกษตรกรลดต้นทุน และมีรายได้เพิ่มขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการเกษตร. (2567). (25 พฤศจิกายน 2567). รายงานข้อมูลสถานการณ์การผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดพิจิตร. https://www.doae.- go.th/
จิตอาภา จิจุบาล. (2563). ปลูกขิงซ้ำพื้นที่เดิม. หนังสือ พิมพ์กสิกร, 93(5), 65-73.
ชยันต์ พิเชียรสุนทร, แม้นมาส ชวลิต, และวิเชียร จีรวงส์. (2544). คำอธิบายตำราพระโอสถพระนารายณ์. อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
ณัฏฐิมา โฆษิตเจริญกุลวงศ์, บุญสืบสกุลอรพรรณ วิเศษสังข์, และทัศนาพร ทัศคร. (2547). การศึกษาการใช้ประโยชน์จากเชื้อ Bacillus spp. ในการควบคุมโรคเหี่ยวของขิงและมะเขือเทศ. รายงานผลการวิจัยประจำปี 2547 กลุ่มวิจัยโรคพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร.
ณัฏฐิมา โฆษิตเจริญกุล, รัศมี ฐิติเกียรติพงศ์, และบุษราคัม อุดมศักดิ์ (2551). พัฒนาสูตรสำเร็จแบคทีเรีย Bacillus subtilis ควบคุมโรคเหี่ยวในขิง. รายงานผลการวิจัยประจำปี 2551. กลุ่มวิจัยโรคพืชสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช.
บูรณี พั่ววงษ์แพทย์, ณัฎฐิมา โฆษิตเจริญกุล, ทิพวรรณ กันหาญาติ, รุ่งนภา ทองเคร็ง, ลัดดาวัลย์ อินทร์สังข์, และจิตอาภา ชมเชย. (2555). การจัดการโรคเหี่ยวของขิงที่เกิดจากแบคทีเรีย Ralstonia solanacearum แบบผสมผสาน.รายงานผลงานวิจัยประจำปี 2555. สำนักวิจัยและพัฒนาการอารักขาพืช.
French, E. R. (1994) Strategies for integrated control of bacterial wilt of potatoes. In A.C. Hayward & G. L. Hartman (Eds.), Bacterial Wilt: The Disease and Its Causative Agent, Pseudomonas solanacearum (pp. 199-207). CAB International, Wallingford.
Hayward, A. C. (1991). Biology and epidemiology of bacterial wilt caused by Pseudomonas solanacearum. Annual review of phyto- pathology, 29(1), 65-87. http://dx.doi-. org/10.1146/annurev.py.29.090191.00043
Kaenla, N., Chinsathit, S., Meephuet, J., Surat, S., Chanthapiriyapoon, K., & RaksaBrahmin, U. (2010). Development on technology and production system in Mangosteen. In Academic Conference of the Agricultural Research and Development Office Regions 1, 2, and 6, year 2010 (pp.202-211). Rimkok Resort Hotel, Chiang Rai Province. (in Thai)
Kirdmanee, C., Mosaleeyanon, K., & Tanticharoen, M. (2004). A Novel approach of bacteria-free rhizome production of ginger through biotechnology. Acta Horticulturae, 629, 457–462.
Meng, F. (2013). Ralstonia solanacearum species complex and bacterial wilt disease. Journal of bacteriology & parasitology, 4(2), 2–5. http:// doi:10.4172/2155- 9597.1000e119
White, F., Motomura, S., Miyasaka, S., & Kratky, B. A. (2013). A simplified method of multiplying bacterial wilt-free edible ginger (Zingiber officinale) in pots. https://scholarspace.manoa.hawaii.edu/bitstream/10125/32353/1/PD-93.pdf