การพัฒนาทานตะวันพันธุ์ผสมรวมสายพันธุ์ NSSF(S)C3 เพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณค่าทางโภชนการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
ทานตะวันเป็นพืชน้ำมันและพืชอาหารที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ แต่เมล็ดพันธุ์ที่ใช้ปลูกในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ลูกผสมนำเข้าที่มีราคาสูง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประชากรทานตะวันพันธุ์ผสมรวมที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณค่าทางโภชนาการดี โดยดำเนินการศึกษาระหว่างปี พ.ศ. 2561–2565 เริ่มจากการศึกษาลักษณะทางสัณฐานวิทยาของเชื้อพันธุกรรมทานตะวันจากธนาคารเชื้อพันธุกรรม USDA จำนวน 91 สายพันธุ์ และคัดเลือกสายพันธุ์ที่มีการปรับตัวดีในสภาพแวดล้อมประเทศไทยจำนวน 51 สายพันธุ์ เพื่อนำมาสร้างประชากรพื้นฐาน จากนั้นดำเนินการคัดเลือกแบบหมู่ร่วมกับการผสมรวมหลายรอบ โดยคัดเลือกต้นที่ไม่แตกกิ่ง ต้นแข็งแรง คอดอกแข็ง ปลอดโรคและแมลง จานดอกขนาดใหญ่ และเมล็ดขนาดใหญ่ จนได้ประชากรทานตะวันพันธุ์ผสมรวมรอบคัดเลือกที่ 3 คือ NSSF(S)C3 มีปริมาณน้ำมันเฉลี่ย 26.64 เปอร์เซ็นต์ การประเมินผลผลิตดำเนินการในฤดูแล้ง ปี 2565 โดยเปรียบเทียบทานตะวันจำนวน 15 พันธุ์/สายพันธุ์ วางแผนการทดลองแบบ Randomized Complete Block Design จำนวน 3 ซ้ำ ผลการทดลองพบว่า ทานตะวันมีผลผลิตเฉลี่ย 229 กิโลกรัมต่อไร่ โดยสายพันธุ์ MSC318 NSSF(S)C3 3100540 813140 และ Ames 3003 ให้ผลผลิตสูงสุดอยู่ระหว่าง 256–418 กิโลกรัมต่อไร่ และมีเส้นผ่านศูนย์กลางจานดอก เปอร์เซ็นต์ติดเมล็ด และน้ำหนัก 1,000 เมล็ดสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการทดลอง ผลการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการพบว่า ประชากร NSSF(S)C3 ให้ผลผลิตสูงและมีปริมาณไขมันในเมล็ดสูง สรุปได้ว่า ประชากรทานตะวันพันธุ์ผสมรวม NSSF(S)C3 มีศักยภาพด้านผลผลิต องค์ประกอบผลผลิต และคุณค่าทางโภชนาการ สามารถใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมในการปรับปรุงพันธุ์ทานตะวันเพื่อผลผลิตสูง และควรนำไปทดสอบในหลายพื้นที่และหลายฤดูปลูกเพื่อประเมินเสถียรภาพของผลผลิตและการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) ซึ่งอนุญาตให้ผู้อื่นสามารถแชร์บทความได้โดยให้เครดิตผู้เขียนและห้ามนำไปใช้เพื่อการค้าหรือดัดแปลง หากต้องการใช้งานซ้ำในลักษณะอื่น ๆ หรือการเผยแพร่ซ้ำ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากวารสารเอกสารอ้างอิง
กรมส่งเสริมการเกษตร. 2569. รายงานข้อมูลภาวะการผลิตพืช พืชอายุสั้น (รต.01) แหล่งข้อมูล: https://production.doae.go.th. สืบค้นเมื่อ: 6 เมษายน 2569
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร. 2569. สถิติการนำเข้า-ส่งออก (Import) ทานตะวัน. แหล่งข้อมูล: https://impexpth.oae.go.th/. สืบค้นเมื่อ: 5 เมษายน 2569
Goksoy, A.T., A. Turkec and Z.M. Turan. 2004. Correlations and path coefficient analysis of yield components in sunflower (Helianthus annuus L.). Turk. J. Agric. For. 28: 273–276.
Kalyar, T., S. Rauf, J.A. Teixeira da Silva and M. Shahzad. 2013. Handling sunflower (Helianthus annuus L.) populations under heat stress. Arch. Agron. Soil Sci. 59(5): 655–672.
Oliveira Filho, J.G. and M.B. Egea. 2021. Sunflower seed byproduct and its fractions for food application: An attempt to improve the sustainability of the oil process. J. Food Sci. 86(5): 1497–1510.
Skoric, D., S. Jocic, N. Lecic and Z. Sakac. 2007. Genetic possibilities for altering sunflower oil quality to obtain novel oils. Can. J. Physiol. Pharmacol. 85: 215–221.
Steer, B.T., P.D. Coaldrake, C.J. Pearson and C.P. Canty. 1986. Effects of plant density and population arrangement on the productivity of sunflower (Helianthus annuus L.). Aust. J. Agric. Res. 37: 413–422.