FACTORS INFLUENCING SELF-CARE BEHAVIOR AMONG CARDIAC PATIENTS AT THE OUTPATIENT DEPARTMENT, CARDIAC CENTER, NAKHON PATHOM HOSPITAL

Authors

  • Khwandao Klumrat Senior Professional Level Public Health Technical Officer

Keywords:

Cardiac patient, Health Believe, Social support, Self-Care Behavior

Abstract

          The objectives of this study were 1) to study self-care behaviors of cardiac patient heart disease  2) to compare self-care  behaviors  classified  by  personal factor including sex, age, length of  illness  and  comorbidity  3) to study factors  Influenced  to  self-care  behavior of cardiac patient  including  knowledge, health Believe and social  support. A sample of 196 people selected using simple random sampling .  The data were collected by questionnaires  and  analysed  by  frequency, percentage, mean, standard deviation, t-test, One –Way  ANOVA  and  Multiple  Regression  Analysis.

         The result of this study showed that  knowledge , health believe ,social support at high level, self-care behaviors at good level ; self-care behaviors of cardiac patient classified by age and length of illness were  was significantly different ; knowledge and social support were factors Influence to self-care behavior of cardiac patient  that could explain 23.0 %

References

กรมควบคุมโรค.(2561). สถานการณ์โรคหลอดเลือดหัวใจ.กรุงเทพฯ: กลุ่มพัฒนาระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาโรคไม่ติดต่อกองระบาดวิทยากระทรวงสาธารณสุข.นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

กรมควบคุมโรค (2567). สถานการณ์โรคหลอดเลือดหัวใจ.สืบค้น เมื่อ19 ตุลาคม 2567, https://ddc.moph.go.th/doe/forecast_detail.php?publish=9634&deptcode=doe

จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ. (2560). พฤติกรรมสุขภาพ: แนวคิดทฤษฎีและการประยุกต์ใช้. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ชญานี สุวรรณสา. (2567). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการด้วยตนเองของผู้สูงอายุโรคหลอดเลือดหัวใจ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ). มหาวิทยาลัยบูรพา,ชลบุรี.

ชวิศา แก้วอนันต์. (2561). โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์น เอเชียฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 12(2), 136-148.

ทรัพย์ทวี หิรัญเกิด. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจที่มารับบริการโรงพยาบาลแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ.วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 39(2), 97-106.

ผ่องพรรณ อรุณแสง. (2556). การพยาบาลผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด.ขอนแก่น:คลังนานาวิทยา

พรรณพัชร สกุลทรงเดช. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ตามแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพของผู้สูงอายุโรคหลอดเลือดหัวใจ.(วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ).มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.

พนารัตน์ศรีฉายา และคณะ. (2561). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการบริโภคอาหารของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ. วารสารแพทย์นาวี, 45(3) , 385-400.

ภรปภา จันทร์ศรีทองและทัศนา ชูวรรธนะปกรณ์. (2561). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองของผู้สูงอายุกลุ่มอาการโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน. วารสารพยาบาลศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 30(2), 81-95.

มาลี คำคง และคณะ.(2567).การพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของตำรวจภูธรในจังหวัดหนึ่งของภาคใต้. วารสารการพยาบาลและการศึกษา สถาบันพระบรมราชนก, 17(2) , 25-38.

ลภัสรดา นาชัย .(2565).ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ.วารสารสภาการพยาบาล, 37(3) , 93-107.

สริสสา แรงกล้า. (2561).คลินิกฟื้นฟูหัวใจ : เอกสารให้ความรู้ในการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟูโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.กรุงเทพมหานคร :โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์.

สุรพันธ์สิทธิสุข.(2557). แนวทางเวชปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือดในประเทศไทยฉบับปรับปรุง ปี2557.กรุงเทพฯ : สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.

เอกพลพลเดช เดชแก้ว, นิภาวรรณ สามารถกิจ, และเขมารดี มาสิงบุญ. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้สมรรถนะแห่งตน ความเครียดในการดำเนินชีวิต และการสนับสนุนทางสังคมกับพฤติกรรมสุขภาพในผู้ใหญ่ที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันภายหลังการได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจ. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 29(2) , 71-80.

Best ,J.W.(1981).Research in Education 4 th ed. New Jersy : Pretice Hall Inc.

Orem, DE. (1995). Nursing Concerts of practec (1 St ed). St Louis : Mosby Year Book.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3) , 607–610.

Rosenstock, I. M. (1974). Historical origins of the health belief model. Health Education Monographs. 2(4), 328-335.

Rosenstock, I. M., Strecher, V. J., & Becker, M. H. (1988). Social learning theory and the health belief model. Health Education Quarterly, 15(2), 175-83.

World Health Organization [WHO]. (2016). World health statistics 2016: monitoring health for the SDGs sustainable development goals.

Downloads

Published

2026-08-31

Issue

Section

Research Articles